จะทำอย่างไรเมื่อพนักงานขัดแย้งเรื่องการเมือง


ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบัน หัวข้อเกี่ยวกับการเมืองจึงกลายเป็นเรื่องที่กลายเป็นหนึ่งในหัวข้อสนทนาในชีวิตประจำวันของหลายคนไปแล้ว ไม่เว้นแม้แต่ในที่ทำงาน
เมื่อคนในทีมมีความคิดเห็นทางการเมืองที่สวนทางกัน การแลกเปลี่ยนทางความคิดเห็นอาจนำไปสู่บรรยากาศคุกรุ่นในที่ทำงานได้ ในฐานะผู้จัดการที่ต้องรักษาความสมดุลของทีม คุณคงปวดหัวมิใช่น้อยว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไรดี?

ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ
ทางฝั่งอเมริกาก็เป็นประเทศที่มีการแสดงออกทางความคิดเห็นของการเมืองอย่างสุดโต่ง บวกกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด ทำให้ยิ่งเกิดความซับซ้อนในการจัดการคนมากขึ้นไปอีก กระทั่งส่งผลให้พนักงานไม่มาทำงานเลยก็มี และแม้แต่คนที่ทุ่มเทกับงานมากที่สุด ก็อาจพบว่ามันยากที่จะแบ่งเส้นกั้นระหว่างตนออกจากสิ่งที่เกิดขึ้นในเวทีการเมือง เพราะส่วนใหญ่พนักงานก็ใช้เวลาเกือบทั้งวันในการสื่อสารกับเพื่อนร่วมงานในที่ทำงาน การเมืองจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงในบทสนทนาได้ยาก

หน้าที่ของผู้จัดการคือการสร้างบรรยากาศที่ทำให้คนในทีมรู้สึกปลอดภัยที่จะแสดงความคิดเห็นและประสบการณ์ ทีน่า โอพี รองศาสตราจารย์ในแผนกการจัดการที่ Babson College สหรัฐอเมริกา ได้ให้คำแนะนำไว้ดังนี้

  1. ทำตัวเองให้เป็นแบบอย่าง



การนำทีมของผู้คนที่มีความเชื่อทางการเมืองที่ต่างกัน ผู้จัดการนั้นจำเป็นต้องมี “ความเข้าใจที่แข็งแกร่ง และชื่นชมในความต่าง วิธีนี้จะคล้ายกับการจัดการทีมที่ประกอบด้วยพนักงานจากวัฒนธรรม เชื้อชาติ เพศและภูมิหลังที่แตกต่างกัน
ความขัดแย้งเป็นเรื่องที่อาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งที่คุณทำได้คือการตั้งโทนของการสื่อสารที่เหมาะสมของสมาชิกในทีม เช่น วางกฎพื้นฐานการประชุมโดยสร้างแบบจำลองที่กระตุ้นการแสดงออกของมุมมองที่แตกต่าง ไม่ใช่เฉพาะในหัวข้อทางการเมือง แต่กับหัวอะไรก็ตามที่ทีมไม่เห็นพ้องกัน เตือนคนในทีมเป็นระยะบ้างว่าแม้เขาจะคิดต่างทางการเมือง แต่พวกเขายังคงไว้ซึ่งห่วงใยและเคารพซึ่งกันและกันในฐานะบุคคลได้

  1. อย่าห้ามการพูดคุยทางการเมือง


คุณอาจคิดว่า แบนไม่ให้คุยเรื่องการเมืองในที่ทำงานไปซะให้จบๆ เพื่อผลประโยชน์ของการทำงานร่วมกันในทีม แต่การห้ามไม่ให้มีการสนทนาทางการเมืองอาจส่งผลย้อนกลับได้เช่นกัน ทีน่ากล่าว
บางคนรู้สึกว่าพวกเขาถูกมองข้ามจากสิ่งที่เกิดขึ้น หากคุณขีดหัวข้อนี้ออกไป ก็อาจถูกมองว่าเป็นการเพิกเฉยต่อเหตุการณ์ที่เกิดในสังคมปัจจุบัน รวมไปถึงละเมิด “สิทธิมนุษยชนขึ้นพื้นฐาน” ซึ่งเป็นเรื่องที่ใหญ่กว่าการเมืองเสียอีก

  1. อย่าบังคับ
ไม่ใช่ทุกคนจะสนใจพูดคุยเกี่ยวกับการเมือง การสนทนาในหัวข้อนี้ควรเกิดขึ้นระหว่างสมาชิกในทีมที่เต็มใจและกระตือรือร้นที่จะมีส่วนร่วมเท่านั้น และไม่มีใครควรถูกลากเข้ามาในการสนทนาโดยไม่เต็มใจ ควรให้โอกาสพนักงานได้แสดงออกที่จะงดออกความคิดเห็น ถ้าหากพวกเขาไม่ต้องการจะต่อบทสนทนาแม้ว่าพวกเขาอาจเป็นฝ่ายเริ่มก็ตาม

  1. สร้างกฎของการมีส่วนร่วม
ไม่ใช่หน้าที่ของคุณที่จะต้องสอนสมาชิกในทีมของคุณเกี่ยวกับการเมือง แต่เป็นหน้าที่ของคุณที่จะต้องสอนพวกเขาถึงวิธีการพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาที่ยากลำบาก ในฐานะผู้จัดการคุณต้อง:
– เน้นความเคารพ : พื้นฐานของการทำงานเป็นทีมคือความเคารพ ในฐานะผู้จัดการจงมีความกระตือรือร้นในการรักษาปฏิสัมพันธ์ที่สุภาพและมีน้ำใจ จับตามองเมื่อเกิดอารมณ์คุกรุ่นของคนในทีม และเตรียมพร้อมที่จะดำเนินการหากการสนทนาข้ามเส้นแบ่งระหว่างการถกเถียงที่ดี ไปสู่ความรุนแรง
-ให้พนักงานได้สะท้อนพฤติกรรมของตนเอง : การพูดคุยหลายครั้งเกี่ยวกับประเด็นทางการเมืองอาจผิดพลาดได้เพราะ คนเรามักไม่ต้องกังวลกับการพยายามทำความเข้าใจกัน เพราะเราสนใจจะพิสูจน์ว่าอีกฝ่ายผิดมากกว่าการฟัง
ในฐานะหัวหน้าทีม คุณควรช่วยให้สมาชิกในทีมของคุณก้าวข้ามความเอนเอียงนี้ และให้พวกเขาหาจุดร่วมกันได้ เช่น ถามว่าอะไรที่คุณสนใจเกี่ยวกับจุดยืนหรือข้อโต้แย้งของอีกฝ่าย และคุณกังวลอะไรเกี่ยวกับข้อโต้แย้งของคุณ?
– พยายามทำความเข้าใจทุกฝ่าย :คุณค่าทางการเมืองของเราหล่อหลอมมาจากประสบการณ์ชีวิตของคนแต่ละคน
เพราะฉะนั้น เพื่อให้การสนทนามีความสร้างสรรค์มากที่สุด คุณและสมาชิกในทีมของคุณต้องพยายามที่จะเข้าใจประสบการณ์ของผู้อื่นและสิ่งที่นำพวกเขาไปสู่ความเชื่อของพวกเขา
การสนทนาแบบนี้บางครั้งอาจดูอึดอัด แต่ก็มักจะส่งผลให้เกิดความเข้าใจระหว่างกัน

  1. หยุดการแสดงความคิดเห็นที่ไม่เหมาะสม


ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อมีคนพูดอย่างไม่ใส่ใจหรือพูดอะไรบางอย่างที่ตรงกันข้ามกับค่านิยมของวัฒนธรรมทีมและองค์กรของคุณ ในฐานะผู้นำคุณต้องอย่าเพิกเฉยและส่งสัญญาณให้คนในกลุ่มทราบว่าความคิดเห็นนั้นไม่เหมาะสม พร้อมติดตามผลทีละคนกับคนที่กล่าวเช่นนั้นดังนั้นคุณจึงไม่อนุญาตโดยปริยายให้คนอื่นพูดแบบนั้น แม้ว่าอาจฟังดูรุนแรง แต่สิ่งสำคัญคือคุณต้องระบุให้ชัดเจนว่าสิ่งที่พวกเขาพูดนั้นสร้างความไม่พอใจและสร้างความเจ็บปวด
แนะนำให้พูดคุยกับพนักงานเป็นการส่วนตัว

  1. ส่งเสริมการเปิดกว้างทางความคิดของคนในทีม


เรามักจินตนาการว่าคนอื่นมองโลกเหมือนเรา ด้วยเหตุนี้พวกเราหลายคนจึงตั้งสมมติฐานที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับความเอนเอียงการเมืองของผู้อื่น ข้อเสียคือเราจบลงด้วยความรู้สึกแปลกแยกจากผู้คนคุณต้องรักษาความใจกว้างและกระตุ้นทีมของคุณอย่างระมัดระวัง “ยอมรับว่าคนอื่นสามารถมีมุมมองที่แตกต่างกันได้” และยังคงเป็นมนุษย์ที่ดี“ อาจารย์ทีน่ากล่าว “ถ้าคุณมองไม่เห็นเฉดสีเทาแสดงว่าคุณจะมีปัญหาในการเป็นผู้จัดการ”
อ้างอิง [1] Harvard business Review
« สิ่งที่HRทั่วโลกต้องทำในปี2021 จากDeloitte 4 เคล็ดลับในการเชื่อมต่อพนักงานกับข้อมูลของพวกเขาโดยตรง »